กระดูกสันหลังคดในเด็ก (Congenital Scoliosis) รักษาอย่างไร? เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด และผ่าตัดทำอะไร


 

กระดูกสันหลังคดในเด็ก (Congenital Scoliosis) รักษาอย่างไร? เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด และผ่าตัดทำอะไร

กระดูกสันหลังคดในเด็กเป็นภาวะที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนกังวลใจมาก โดยเฉพาะเมื่อทราบว่าลูกมี “กระดูกสันหลังสร้างตัวผิดรูปตั้งแต่กำเนิด” หรือที่เรียกว่า Congenital Scoliosis ซึ่งต่างจากกระดูกสันหลังคดในเด็กทั่วไปที่เกิดจากท่าทางหรือการเจริญเติบโต

โรคนี้ต้องประเมินอย่างละเอียด เพราะความคดอาจลุกลามได้เร็วในช่วงที่เด็กโต และบางครั้งต้องผ่าตัดเพื่อป้องกันปัญหารุนแรงในอนาคต

บทความนี้หมอเขียนเพื่ออธิบายให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจว่าโรคนี้คืออะไร ต้องรักษาอย่างไร และเมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด เพื่อให้วางแผนการดูแลลูกได้อย่างมั่นใจครับ

เหตุการณ์จากผู้ปกครอง

น้องพีท อายุ 7 ปี ถูกคุณแม่พาไปโรงเรียนแพทย์เพราะคุณครูสังเกตว่าหลังเอียงเล็กน้อย เวลาใส่เสื้อยืดเสื้อจะไหลไปทางหนึ่ง และไหล่ซ้ายสูงกว่าไหล่ขวา

คุณแม่บอกว่า:

“หมอคะ หนูกลัวว่าลูกจะต้องผ่าตัดหลัง กลัวมากเลยค่ะ อยากรู้ว่าจะรุนแรงไหม และต้องรักษายังไง”

หลังทำเอกซเรย์พบว่าเป็น Congenital scoliosis จากกระดูกสันหลังบางชิ้นสร้างตัวไม่สมบูรณ์ หมอจึงวางแผนติดตามความคดและประเมินแนวทางรักษารายปี

หลายเคสไม่ต้องผ่าตัด แต่บางเคสที่ความคดเพิ่มเร็วต้องรักษาเชิงรุกตั้งแต่เด็กเพื่อป้องกันภาวะหลังคดรุนแรงในอนาคต

กระดูกสันหลังคดชนิดกำเนิด (Congenital Scoliosis) คืออะไร?

เกิดจาก “ความผิดปกติตั้งแต่เด็กในครรภ์” ทำให้กระดูกสันหลังบางชิ้นสร้างไม่สมบูรณ์ เช่น

  • กระดูกบางชิ้นเป็นครึ่งซีก (Hemivertebra)
  • กระดูกบางชิ้นติดกันเกินไป (Block vertebra)
  • การสร้างกระดูกไม่สมดุลสองข้าง

ส่งผลให้กระดูกสันหลังค่อย ๆ คดตามการเจริญเติบโตของเด็ก

ข้อสำคัญคือ โรคนี้ไม่ใช่เกิดจากการนั่งผิดท่า ไม่ใช่การยกของหนัก และไม่ใช่ความผิดของคุณพ่อคุณแม่ แต่เป็นพัฒนาการที่ผิดปกติตั้งแต่ในครรภ์

อาการที่พบได้ในเด็กที่มีกระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด

  • ไหล่สองข้างสูงไม่เท่ากัน
  • สะโพกเอียง ตัวเอียง
  • เสื้อไหลไปข้างใดข้างหนึ่ง
  • กระดูกสันหลังนูนบางตำแหน่ง
  • บางรายมีปัญหาเกี่ยวกับปอดหรือหัวใจร่วมด้วย (เกิดจากพัฒนาการผิดปกติในครรภ์)

เด็กหลายคนไม่มีอาการเจ็บปวด แต่ความคดอาจลุกลามตามอายุ จึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

การวินิจฉัยทำอย่างไร?

✔ 1) ตรวจร่างกาย

หมอจะประเมินแนวกระดูกสันหลัง ไหล่ สะโพก และความคดเมื่อก้มตัว

✔ 2) เอกซเรย์เต็มยืน (Full Spine X-ray)

เป็นมาตรฐาน ใช้วัดองศาความคด (Cobb's angle) และดูว่าคดลักษณะใด

✔ 3) MRI / Ultrasound (ในบางราย)

เพื่อตรวจว่ามีความผิดปกติของไขสันหลังหรือต่อมไต/ไต รวมถึงปัญหาอวัยวะอื่นร่วมด้วย

✔ 4) Bone age assessment

ตรวจการเจริญเติบโตของกระดูก เพราะยิ่งเด็กโตเร็ว ความคดสามารถเพิ่มได้เร็ว

การรักษาขึ้นกับอะไรบ้าง?

หมอจะพิจารณาจาก 4 ปัจจัยหลัก:

  1. องศาความคด (Cobb's angle)
  2. ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง — เป็นแบบ hemivertebra, block vertebra หรือแบบผสม
  3. อายุของเด็ก และช่วงวัยใกล้โตเร็ว
  4. อัตราการลุกลามของความคด จากการติดตามทุก 6–12 เดือน

บางรายต้องเพียงติดตาม บางรายอาจต้องดามหลัง แต่บางรายจำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อป้องกันหลังคดรุนแรงในอนาคต

วิธีการรักษาแบบไม่ผ่าตัด

🔹 1) การติดตามความคดเป็นระยะ

เด็กอายุน้อยอาจคดเร็ว จึงต้องเอกซเรย์ทุก 6–12 เดือน

🔹 2) การทำกายภาพบำบัด

ช่วยเสริมสมดุลกล้ามเนื้อหลังและลำตัว แม้ไม่แก้ความคดโดยตรง แต่ช่วยให้ท่าทางดีขึ้น

🔹 3) การดามหลัง (Brace)

ใช้ในกรณีที่ความคดยังไม่มาก และแบบของกระดูกสันหลังที่คดเหมาะกับการดาม

แต่สำหรับ congenital scoliosis การดามหลังมี “ประสิทธิภาพน้อยกว่า” scoliosis ปกติ เพราะโครงสร้างกระดูกผิดรูปตั้งแต่กำเนิด

เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด?

โดยทั่วไป หมอจะพิจารณาผ่าตัดเมื่อพบว่า:

✔ 1) ความคดมากกว่า 40–50 องศา

เสี่ยงลุกลามจนเกิดปัญหาเรื่องปอดหรือรูปร่างผิดปกติถาวร

✔ 2) ความคดเพิ่มขึ้นเร็ว

เช่น เพิ่มทีละ 5–10 องศาภายใน 6–12 เดือน

✔ 3) โครงสร้างกระดูกผิดรูปมาก เช่น hemivertebra ชัดเจน

กรณีนี้การผ่าตัดช่วยชะลอการคดได้ดีที่สุด

✔ 4) มีอาการทางระบบประสาทร่วม

เช่น ชาขา อ่อนแรง ซึ่งต้องตรวจด่วน

✔ 5) มีการกดเบียดทรวงอกจนระบบหายใจได้รับผลกระทบ

การผ่าตัดในช่วงที่เด็กยังโตไม่มาก มักช่วยให้ควบคุมแนวกระดูกได้ดีขึ้น ลดโอกาสต้องผ่าตัดซ้ำเมื่โตขึ้น

ผ่าตัดทำอะไรบ้าง?

ขึ้นกับลักษณะของกระดูกที่ผิดรูป แต่มี 3 วิธีหลักที่ใช้บ่อย

🔸 1) Hemivertebra resection

ผ่าตัดนำกระดูกสันหลังที่เกินครึ่งซีกออก แล้วจัดแนวกระดูกให้ตรง

เหมาะกับเด็กที่มีระดับความผิดปกติชัดเจน 1–2 จุด

🔸 2) Growth-friendly instrumentation

ใช้ในเด็กที่ยังต้องโตอีกมาก ใช้อุปกรณ์ที่ “ยืดตามความโตได้” เช่น growing rods หรือ magnetically controlled rods

ช่วยควบคุมแนวกระดูกโดยไม่หยุดการเจริญเติบโต

🔸 3) Spinal fusion

ใช้ในเด็กโตหรือวัยรุ่นที่กระดูกเกือบโตเต็มที่แล้ว ตรึงกระดูกบางช่วงให้คงที่เพื่อป้องกันความคดเพิ่ม

การฟื้นตัวหลังผ่าตัด

  • นอนโรงพยาบาล 3–7 วัน
  • เดินได้เร็วภายใน 2–4 วันขึ้นกับวิธีผ่าตัด
  • อาจต้องใส่ปลอกหลังตามแพทย์แนะนำ
  • เริ่มกายภาพหลังผ่าตัด 2–6 สัปดาห์
  • ติดตามแนวกระดูกสม่ำเสมอทุก 3–6 เดือน

หมออยากบอกว่า…

Congenital scoliosis เป็นภาวะที่ต้องดูแลโดยแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากโครงสร้างกระดูกสันหลังผิดรูปตั้งแต่กำเนิด และอาจลุกลามเร็วในช่วงวัยเด็ก การรักษาเร็วช่วยป้องกันหลังคดรุนแรง ลดความเสี่ยงต่อปัญหาหายใจและคุณภาพชีวิตในอนาคต

หลายเคสไม่จำเป็นต้องผ่า แต่ต้องติดตามมากกว่า scoliosis แบบทั่วไป คุณพ่อคุณแม่จึงควรพาลูกมาตรวจตามนัด เพื่อวางแผนรักษาและพัฒนาเด็กให้เติบโตได้แข็งแรงที่สุดครับ 😊


บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng

📞 โทร 081-5303666

#หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกสันหลังคดแต่กำเนิด #เด็กหลังคด #congenitalscoliosis #กระดูกและข้อ

Comments

Popular posts from this blog

กระดูกสันหลังคด 15 องศา ในวัย 23 ปี... ไม่ปวดหลัง ต้องผ่าตัดไหม? หรือแค่ออกกำลังกายก็พอ?

กระดูกสันหลังคดในวัยรุ่น